ประเภทของน้ำหอม

PERFUME – เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำหอมเข้มข้นอยู่ประมาณ 15 - 40% ให้กลิ่นหอมที่แรงและนาน แม้ใช้ในปริมาณ ที่น้อยโดยควรใช้น้ำหอม กับบริเวณที่มีการเต้นของ ชีพจร เช่น หลังใบหู ต้นคอ หน้าอก ข้อพับด้านใน ของศอก ด้านในของข้อมือ ข้อพับด้านในของหัวเข่า หรือบริเวณข้อเท้า ซึ่ง การฉีดน้ำหอมในบริเวณ ที่เหมาะสมจะช่วยให้กลิ่นของน้ำหอมกระจายตัว ได้ดีขึ้น รวมทั้งคนรอบๆข้างได้ประทับใจกับกลิ่นของน้ำหอมของเราได้ผล ดียิ่งขึ้น

EAU DE PARFUME (EDP.) – เป็นรูปแบบใหม่ของน้ำหอม ที่หลายแบรนด์ดังๆใน ปัจจุบันผลิตออกมา ที่มีส่วนผสมของน้ำหอมเข้มข้นอยู่ประมาณ 7 - 15%ให้กลิ่นหอมที่ยาวนานเช่นกัน แต่น้อยกว่า PERFUME ใช้ฉีดทั่วร่างกาย ก่อนที่แต่งตัว

EAU DE TOILETTE (EDT.) – เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำหอมเข้มข้นอยู่ ประมาณ 1 – 6% จะได้กลิ่นหอมที่เจือจางลง และไม่ได้หอมยาวนานตลอด วันต้องมีการฉีดซ้ำระหว่างวัน และฉีดทั่วร่างกายโดยเฉพาะตอนเช้า เพื่อให้รู้สึกตื่นและสดชื่น

COLOGNE – เป็นรูปแบบของน้ำหอมที่เบาบาง มีความเข้มข้นใกล้เคียงกับ EAU DE TOILETTE บางแบรนด์จะใช้ในความหมายเดียวกันกับเหมาะกับ EAU DE TOILETTE การฉีดทั่วร่างกาย เพื่อทำให้รู้สึกสดชื่น กลิ่นหอมที่ได้ จะไม่ยาวนานตลอดวัน

AFTERSHAVE – เป็นรูปแบบของการผสมระหว่าง PERFUME น้ำ และ แอลกอฮอล์ ให้ความหอมน้อยกว่า COLOGNE และกลิ่นหอมจะคงอยู่ไม่นาน มากนัก ใช้สำหรับทาบริเวณหน้า โดย AFTERSHAVE จะมี 2 รูปแบบคือ

  • แบบที่ทาแล้วจะรู้สึกเย็นสดชื่น ซึ่งจะช่วยลดการระคายเคืองที่เกิดจาก การโกนหนวด
  • ลักษณะที่เป็นโลชั่น มีส่วนประกอบที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของ ผิวหน้า และช่วยให้หน้าเรียบเนียนยิ่งขึ้น

เทคนิคการเลือกซื้อน้ำหอม

การทดลองกลิ่น – การไปทดลองดมกลิ่นเพื่อซื้อน้ำหอม ไม่ควรทดลองเกิน กว่า 3 กลิ่นต่อเนื่องกัน เนื่องจากจมูกจะไม่สามารถแยกได้ถึงความแตกต่าง ของน้ำหอม

             การทดลองไม่ควรดมกลิ่นจากขวดโดยตรง แต่ควรทดสอบกับข้อมือ เนื่องจากความร้อนของร่างกายจะทำให้กลิ่นน้ำหอมที่เราดม ได้กลิ่นเหมือน กับเมื่อเราใช้ฉีดบนร่างกายเราจริงๆ มากที่สุด หากเราทดสอบกลิ่น 2 กลิ่นที่ ข้อมือทั้งสองข้างแล้ว กลิ่นที่ 3 ก็สามารถทดสอบโดยฉีดที่ด้านในของข้อศอก แต่ก็ควรจดไว้ว่าฉีดกลิ่นใดที่มือข้างไหน

               เมื่อทดลองฉีดน้ำหอมแล้วควรทิ้งไว้ไม่น้อยกว่า 10 นาที เพื่อให้ แอลกอฮอล์ระเหยออกไป และให้น้ำหอมทำปฏิกิริยากับความร้อน ผิวหนัง เพื่อได้รู้ถึงกลิ่นที่แท้จริงของน้ำหอม ดังนั้นการซื้อน้ำหอมเพราะชอบที่คนอื่น ใช้อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากแต่ละคนมีน้ำมันที่ผิวไม่เหมือนกัน ดังนั้นกลิ่นน้ำหอมชนิดเดียวกัน อาจได้กลิ่นที่ต่างกันเล็กน้อยสำหรับการฉีด บนร่างกายแต่ละคน

ข้อควรรู้เกี่ยวกับน้ำหอม

การเก็บน้ำหอม – เมื่อเปิดขวดเริ่มใช้น้ำหอมแล้ว ต้องใช้อย่างต่อเนื่องเพราะ การเก็บน้ำหอมที่เปิดแล้วไว้นานๆ อาจจะทำให้กลิ่นและสีของน้ำหอมเปลี่ยน แปลงไป รวมทั้งไม่ควรเก็บไว้ในบริเวณที่โดนแดด หรืออุณหภูมิสูงเกินไป โดยควรเก็บไว้ในที่เย็นและแห้ง ซึ่งที่เหมาะสมที่สุด ก็คือใส่ไว้ในกล่องสวยๆ ที่ได้มา สำหรับการเก็บในตู้เย็นสามารถทำได้สำหรับน้ำหอมประเภท EAU DE TOILETTE และ COLOGNE แต่ไม่เหมาะที่จะเก็บน้ำหอม ประเภท PERFUME

การใช้น้ำหอม – ไม่ควรใช้ฉีดบนเสื้อผ้าเนื่องจากอาจทำให้ผ้าเปื้อน และกลิ่น น้ำหอมไม่ฟุ้งกระจายเท่าที่ควร แต่น้ำหอมสามารถฉีดบนผมของคุณได้หาก มั่นใจว่าผมของคุณเพิ่งสระมา ไม่มีคราบสกปรก หรือน้ำมันที่เส้นผม เพราะ จะทำให้กลิ่นน้ำหอมผิดเพี้ยนไป จนอาจทำให้รู้สึกเหม็นได้ นอกจากนี้ไม่ควร ฉีดบนผมที่แห้ง และขาดง่าย